Friday, September 9, 2016

Golden Kamuy แอ่วเหนือชมวัฒนธรรมไอนุ ก่อนลงสังเวียนล่าแผนที่หนังมนุษย์


Golden Kamui วางเหตุการณ์ไว้ในช่วงหลังสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นสงครามครั้งแรก ๆ ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 (1904-1905) “สุกิโมโตะ ไซจิ” เป็นพลทหารกองพลที่ 1 แห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นที่เอาชีวิตรอดมาจากแนวหน้าสนามรบได้ด้วยวิธีการต่อสู้ที่บ้าบิ่น จึงถูกตั้งฉายาว่า สุกิโมโตะผู้เป็นอมตะ แม้ไซจิจะเอาชีวิตรอดมาได้ แต่ “โทราจิ” เพื่อนสนิทกลับตายไปพร้อมทิ้งภรรยาที่ป่วยด้วยโรคร้ายให้อยู่คนเดียว ไซจิกลับมาจึงอาสาช่วยเหลือโดยการไปค้นหาทองคำที่ฮอกไกโดเพื่อนำกลับไปเป็นค่ารักษา และได้ทราบเรื่องแผนที่ขุมทรัพย์ที่สลักอยู่บนหลังนักโทษที่แหกคุกกระจัดกระจายไปทั่วทางเหนือ ไซจิจึงเริ่มออกเดินทางล่าแผ่นหลังมนุษย์โดยได้เจอกับ “อาชิริปา” เด็กสาวชาวไอนุระหว่างทางและร่วมเดินทางด้วยกัน
การมาเจอกันของ "อะชิริปา" และ "สึกิโมโต"

ในส่วนการนำเสนอ Golden Kamui เป็นมังงะที่นำเสนอวัฒนธรรมและฉากต่อสู้ในลักษณะเป็นแนวคู่ขนานที่แยกจากกันชัดเจน แม้โครงเรื่องหลักจะเป็นการพจญภัยเพื่อค้นหาแผนที่ขุมทรัพย์ แต่ตัวมังงะจะมีจุดเช็คพอยต์อยู่เสมอ โดยหลังจากจบฉากต่อสู้สุดเข้มข้นไปแล้ว ก็จะสลับเข้าส่วนที่บอกเล่าถึงวัฒนธรรมซึ่งดูสนุก ตลกและไม่ทำให้รู้สึกสะดุดต่อเนื้อหาแม้แต่น้อย ในส่วนของวัฒนธรรมนั้นจะบอกเล่าถึงชาวไอนุ และเน้นไปทางด้านอาหารการกินเสียส่วนใหญ่จนบางครั้งก็จะทำให้รู้สึกว่าเป็นการ์ตูนแนวทำอาหาร (พิศดาร) ไป อย่างภาพนี้ที่ไซจิซ่อนลูกหมีไว้เพราะกลัวอะชิริปาจับกิน (ฮา)
ไว้ชีวิตลูกหมีตัวนี้ด้วยเถอะ!!

สิ่งที่ต้องชื่นชมเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้คือด้านข้อมูลที่มีสาระแทรกอยู่มากแต่ความกระด้างของข้อมูลก็ถูกทำให้ซอฟต์ลง เข้าถึงง่าย และไม่ทำให้คนอ่านรู้สึกถูกบังคับให้เสพข้อมูลที่นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก ส่วนหนึ่งอาจจะด้วยความน่ารักของนางเอกที่คนอ่านยอมใจให้ ในทางกลับกันคือเมื่อถึงเวลาบู๊ความโหดของภาพเรียกได้ว่าสะใจวัยรุ่น จนเรียกได้ว่าคนเขียนน่าจะลืมขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วกระมัง ด้วยความครบเครื่องของเรื่องนี้จึงให้คะแนนไป 9.5/10 ในช่วงหลัง ๆ ฉากต่อสู้เพิ่มขึ้นเยอะ ทำให้ส่วนวัฒนธรรมอ่อนลงไปก็ขอกั๊กคะแนนไว้หน่อยหละ
เดือดมาจากไหนเฮีย

Golden Kamui  (ゴールデンカムイ) เขียนโดย “Noda Satoru” จาก Shueisha ได้รับรางวัล “Manga Taisho Award” ครั้งที่ 9 รางวัลวัฒนธรรม “เทสึกะ โอซามุ”  และ Kodansha Manga Award สาขาทั่วไป ปัจจุบันที่ญี่ปุ่นออกถึงเล่ม 7 (ก.ย. 2016) ไทยยังไม่ได้ลิขสิทธิ์เน้อ
ปกเล่มแรก
ติดตามรีวิวใหม่ ๆ ได้ทุกวันในเพจ
www.facebook.com/MAGzseen


1 comment: